นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี (ECB) จะลงจากตำแหน่งในวันนี้ เพื่อส่งไม้ต่อให้แก่นางคริสทีน ลาการ์ด อดีตกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่จะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน

นายดรากี ชาวอิตาลีวัย 72 ปี ได้รับการยกย่องเรื่องดูแลสกุลเงินยูโรตลอดระยะ 8 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ขณะนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่นางลาการ์ด ชาวฝรั่งเศสวัย 63 ปี ที่จะเป็นสตรีคนแรกที่รับตำแหน่งประธานอีซีบี นักวิเคราะห์ของธนาคารไอเอ็นจีมองว่า ประเด็นเร่งด่วนที่สุดของนางลาการ์ดคือ การเยียวยาความแตกแยกในคณะกรรมการ 25 คนต่อกรณีที่นายดรากีทิ้งทวนด้วยการฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและเอกชนเดือนละ 20,000 ล้านยูโร (ราว 669,257 ล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรหรือยูโรโซน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยติงว่า จะทำให้อีบีซีขาดแคลนเงินในกรณีที่เศรษฐกิจชะลอตัวยืดเยื้อ

ขณะเดียวกันการที่นางลาการ์ดไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นทนายความ ทำให้เธอต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารกลางยูโรโซน 19 คน และกรรมการบริหาร 6 คน จึงอาจทำให้รูปแบบการบริหารอีซีบีเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยของนายดรากี อย่างไรก็ดี เธอยืนยันสมาชิกสภาสหภาพยุโรปเมื่อเดือนก่อนว่า จะยึดมั่นตามหลักการเดิมที่ดีต่อไป ส่งสัญญาณว่าจะยึดตามนโยบายผ่อนปรนการเงินของนายดรากีที่กดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มการซื้อพันธบัตร และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมากแก่ธนาคาร นอกจากนี้ยังคาดว่า เธอจะผลักดันเรื่องความเสมอภาคทางเพศในอีซีบี และแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย